จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ข้อดีข้อเสีย ของอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน

ข้อดีของแอร์โฮสเตส
1. พวกเธอเงินเดือนเยอะ แม้กระทั่งน้องใหม่เพิ่งบินยังต้องร้องว้าว ! 
2. ได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อย สิ่งนี้แหละที่จะทำให้สาวๆเกือบค่อนโลกอยากทำอาชีพนี้
3. อยากไปเที่ยวต่างประเทศก้แสนจะง่ายดาย เพราะซื้อตั๋วเครื่องบินได้ในราคาพนักงานที่ถูกแสนถูก         อยากจะบินไปฮ่องกงแล้วเย็นๆค่อยบินกลับ
4. ไดสวมชุดยูนิฟอร์มอันแสนมีเกียรติ ดูปุ๊ปก้รู้ปั๊ปว่าทำงานอะไร 
5. เป็นแอร์ไม่ต้องคิดมาก เครื่องแตะพื้นเมื่อไหร่เป็นอันสแตนบาย
6.มีโอกาศได้เป็นแฟนกับกัปตันหนุ่มสุดหล่อสูงมาก เพราะมีโอกาศได้ใกล้ชิดมากกว่าอาชีพอื่นๆ
7. ได้สิทธิพิเศษไม่ต้องเข้าคิวตอกบัตรทำงานเหมือนใคร ถึงสนามบินเมื่อไหร่ก้ทำงานได้ทันที
8. เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ถ้าบริการดีดีก้จะได้รับการชื่นชมเป็นอย่างสูง
9. อาทิตย์หนึ่งบินแค่ 2-3 วัน อีก4วันพักก้เริ่ดแล้ว แถมยังมีเวลาไปเสริมสวย ทำสปา ทำเล็บ
10. สวยได้ในฉบับของแอร์ เป็นหน้าตาของสายการบิน อยากสวยก้สวยได้ในทุกโอกาสไม่มีใครว่า


  มันน่าเป็นจริงๆเลย แต่มาดูข้อเสียกันบ้างง
1. กว่า70%ของผู้ที่สอบเป็นแอร์ต้องตกรอบเป็นจำนวนมาก เพราะทางสายการบินเค้าจะคัดเลือกผู้ที่       เหมาะสมจริงๆ (คุณสมบัติต้องครบถ้วนและเป๊ะนะจ๊ะ)
2. ความจริงเงินเกือนก้ไม่ได้เยอะมากหรอก เดือนไหนบินน้อยก้จะได้เงินเดือนน้อยตามไปด้วย
3. ที่บอกว่าได้เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศน่ะ บางทีก้ได้อยู่แค่โรงแรมใกล้ๆสนามบิน โอกาสน้อย
   มากที่จะได้ไปเดินโฉมฉายข้างนอก แอร์ใหม่บางคนหวังจะบินนอก แต่บางสายการบินอาจจะให้บิน
   แค่ในประเทศเพื่อสะสมประสบการณ์ กว่าจะได้บินไปนอกก้คงเป็นตอนที่เบื่อไปซะแล้ว = ='
4. เจอสิ่งของล่อตาล่อใจเยอะมาก เจอกระเป๋าใบละหมื่นเข้าไปที อดไม่ได้ โอกาสที่จะเก็บเงินได้           เหมือนคนอื่นๆเท่ากับ 0
5. ต้องทำงานทุกอย่าง ตั้งแต่ล้างห้องน้ำ ล้างถ้วยล้างชาม แถมยังต้องขายของปลอดภาษี (ด้วยรถ         เข็นอันแสนหนัก)
6. ต้องปวดหัวกับผู้โดยสารจอมจู้จี้ บ้างจะเอานี่ คนนี้จะเอานั่น วุ่นวายไปหมด ! เผลอๆบริการช้าอาจ       โดนเทศน์ไปโดยปริยาย
7. วันไหนที่ได้หยุดพัก ไม่ได้แปลว่าหยุดทำงาน ถ้าได้รับโทรศัพท์จากสายการบินเมื่อไหร่ แปลว่า          ต้องเตรียมตัวทำงานเมื่อนั้น
8. ถ้าผู้โดยสารพักผ่อนหรือหลับตลอดเส้นทาง ก้ไม่ได้แปลว่าจะได้พักผ่อน
9. ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองไม่ว่าจะซักผ้าหรืออื่นๆสารพัดเมื่อไปต่างประเทศ
10. ต้องทำงานแข่งกับเวลา ทางสายการบินจะตรวจตั้งแต่เสื้อผ้า หน้าผม เล็บ ไม่ใช่อยากสวยยังก้ได้ตามใจฉัน

คำแนะนำในการใช้แบบทดสอบ


คำแนะนำในการใช้แบบทดสอบค้นหาตัวเอง

        1. คณะ และสาขาที่เปิดในมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง อาจจะมีการใช้ชื่อคณะและสาขาที่แตกต่างกัน แต่มีการเรียนการสอนในลักษณะเดียวกัน และบางสาขา อาจจะอยู่ในคณะที่ต่างกัน เช่น สาขาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่ในคณะศิลปะศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อยู่ในคณะสังคมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยทักษิณอยู่ในคณะมนุษยศาสตร์ เป็นต้น ดังนั้นในการพิจารณาคณะที่แนะนำให้ดูจากสาขาที่แนะนำเป็นหลัก
        2. การแนะนำจากแบบทดสอบชุดนี้เน้นที่ลักษณะผู้ทดสอบ เป็นความเหมาะสมตาลักษณะ ไม่ใช่ความเหมาะสมจากคะแนนสอบ ดังนั้น นักเรียนที่มีคะแนนสอบน้อยอาจจะได้รับการแนะนำคณะแพทย์ศาสตร์ก็เป็นไปได้ เพราะมีความเหมาะสมกับคุณลักษณะและความสนใจ
        3. ผลการทดสอบที่ได้จากแบบทดสอบชุดนี้ เป็นเพียงการให้คำแนะนำ และแนะแนวทางเท่านั้น ควรใช้วิจารณญาณประกอบในการตัดสินใจเลือกคณะ และสาขา ตามความเหมาะสมและความสนใจของตนเองเป็นหลัก
        4. หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโปรแกรมค้นหาตัวเอง สามารถติดต่อได้ที่ wiriya@eduzones.com

คำแนะนำในการใช้แบบทดสอบอาชีพไหนที่ใช่เรา

คำแนะนำในการใช้แบบทดสอบค้นหาตัวเอง ชุด สาขาแห่งอนาคต (Version Future career)


รู้แล้วจะอึ้ง!! ความลับ 10 ข้อที่ ‘แอร์โฮสเตส’ ไม่เคยบอกเรามาก่อน

1. กาแฟที่เสิร์ฟบนสายการบินเป็นกาแฟแบบไม่มีคาเฟอีน เพราะกาแฟที่มีคาเฟอีนจะทำให้ผู้โดยสารตื่นตัว การที่ผู้โดยสารผ่อนคลายและนอนหลับ จะช่วยลดภาระงานของพนักงานได้มากขึ้น
2. เมื่อก่อนเราเคยได้รับเงินค่าบินคิดเป็นรายชั่วโมงเมื่อเราเข้ากะ ต่อมาเราก็ได้รับเงินเมื่อเข้าไปในเครื่องบิน ต่อมาก็เริ่มนับเฉพาะเมื่อประตูเครื่องปิด จนตอนหลังได้รับนับเป็นชั่วโมงที่อยู่กลางอากาศเท่านั้น เพื่อเหตุผลเรื่องความประหยัด
3. จากข้อด้านบน แสดงว่าตอนที่เราบริการอาหารหรือเครื่องดื่ม หรือช่วยยกของก่อนเครื่องออก เราทำแบบไม่ได้ค่าเหนื่อย รอยยิ้มของเราตอนนั้นเลยไม่เกี่ยวกับเงินแต่อย่างใด
4. ถ้าเครื่องบินมีปัญหาล่าช้า ลงจอดไม่ได้ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ตารางบินเลื่อนไปจากเดิม เราก็จะได้เงินเพิ่มขึ้น ซึ่งบางสายการบินให้ประมาณ 1.5 หรืออาจจะถึง 2 เท่าเลยล่ะ
5. ถ้าชั้นธุรกิจ หรือชั้นหนึ่งมีที่นั่งว่าง (ซึ่งปกติจะไม่ค่อยว่าง) เราสามารถให้ผู้โดยสารชั้นประหยัดเลื่อนชั้นไปนั่งได้ เหตุผลในการเลื่อนอาจจะเป็นเพราะว่า คุณแต่งตัวดี ตัวสูง ดูสุภาพ เป็นหญิงท้อง หรืออาจจะเป็นเพราะเราเป็นเพื่อนกัน

6. อย่าถามแอร์โฮสเตสว่าตอนนี้เรากำลังบินอยู่ที่ไหน เปิดดูจากหน้าจอทีวีจะง่ายกว่า และถ้าไม่มีทีวีก็รอฟังจากกัปตัน เพราะเราก็ไม่รู้จริงๆว่าเรากำลังบินอยู่ที่ไหน
7. เวลาเราสื่อสารกัน หรือถามอะไร อยากให้คุณช่วยถอดหูฟังออกก่อนนะคะ การตอบหรือถามย้ำบ่อยๆมันเหนื่อยพอดู คุณอาจจะลำบากที่ต้องถอดหูฟังสักครู่ แต่เราต้องถามตอบย้ำหลายๆครั้งกับผู้โดยสารที่ใส่หูฟังทุกคน เหนื่อยนะจ๊ะ
8. หลายครั้งที่เราขอให้กัปตันช่วยเปิดสัญญาณรัดเข็มขัดเอาไว้ให้นานหน่อย เราจะได้เสิร์ฟอาหารหรือบริการได้สะดวก เพราะผู้โดยสารจะไม่ลุกออกมาเดินจนดูวุ่นวาย
9. ในเที่ยวบินกลางคืน เราอาจจะเลื่อนเวลาเสิร์ฟอาหารออกไป เพื่อให้คุณนอนหลับพักผ่อนได้สนิทและยาวนานขึ้นโดยไม่ถูกรบกวน ส่วนเราเองก็จะมีงานให้ทำน้อยลงนั่นเอง
10. สุดท้ายก็คือ พนักงานต้อนรับที่เป็นผู้ชาย ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเกย์ แม้บางครั้งเค้าจะดูเหมือนเกย์มากๆ แต่เค้าก็ไม่ใช่ !!



จากประสบการณ์ตรงแอร์


วันนี้เปิดไดอารี่มาดูเห็นคอมเม้นของน้องคนหนึ่งทิ้งเอาไว้ และช่วยเตือนความจำว่าเราเคยเขียนเอาไว้ว่าจะเขียนเกี่ยวกับ benefit ที่จะได้รับจากสายการบิน รวมทั้งเปิดเผยรายได้ต่างๆนะคะ จริงๆเรื่องรายได้อะไรพวกนี้ค่อนข้างที่จะเป็นความลับ แต่ก็เหมือนกับบริษัทต่างๆนั่นแหละที่สลิปเงินเดือนมันจะเขียนบอกเอาไว้ว่าให้ปิดเป็นความลับ แต่นี่เราก็ลาออกมาแล้ว แล้วก็ที่ผ่านมา ก็ให้ complementary กับบริษัทตลอด ไม่เคยเขียนอะไรเสียๆหายๆ แล้วก็สนับสนุนให้น้องๆหลายคนเป็นแอร์ด้วยซ้ำโดยเฉพาะคนที่กรณีมีปัญหาทางการเงิน ก็น่าจะมีงานนี้ที่ให้เงินได้ในระยะเวลาอันสั้น (โดยที่ไม่ต้องเป็นดาราค่ะ)
 
สำหรับสายการบินที่เราเคยทำ สมัยที่เข้าไปใหม่ๆเงินเดือนยังน้อยเทียบกับน้องๆเอ๊าะๆสมัยนี้ จริงๆตอนเข้าไปแรกๆเงินดีมากเพราะว่าขาดคน รูทบินก็เริ่ด แต่พอบินไปปีกว่า เงินเดือนน้อยจริงๆเพราะคนช่วงนั้นเยอะเลยแย่งตารางบินกัน สัดส่วนของเงินเดือนจะเป็นแบบนี้ค่ะ
 
Basic Salary เป็นเงินเดือนฐานที่จะได้รับทุกเดือน ตอนลาออกมาได้เงินเดือนเบสิค 4,300 กาตาร์เรียลคือประมาณ 40,000 บาท
 
Flying Hours  คิดเป็นชั่วโมง เช่นเดือนนี้บิน 100 ชั่วโมงก็คูณไป ตอนพี่ลาออก ได้ชั่วโมงประมาณ 400 กว่าๆ สมมติว่าเดือนนึงบิน 100 ก็ได้ค่าชั่วโมงบิน 40,000 บาท ซึ่งส่วนมากจะเกินค่ะ
 
Meal Allowance ค่าอาหารที่จะได้รับ ต่างกันทุก destination ส่วนมากขึ้นอยู่กับค่าครองชีพเป็นปัจจัยสำคัญ และค่าอาหารที่โรงแรมที่พักด้วย สมมติว่าพักที่ปารีส แน่นอนก็ได้รับ ค่าอาหารแพงด้วยเพราะออกไปไหนแต่ละทีแพงมาก แล้วค่าอาหารจะจ่ายเป็นมื้อ เช้า กลางวัน เย็น จะได้คำนวณถูกว่าแลนด์กี่โมง ออกกี่โมง ถ้าบินมากรุงเทพนี่ได้ค่าอาหารน้อยมากนะคะ น้อยสุดๆ คือวันละพันกว่าบาทแถมใช้เยอะด้วย (shopping)
 
ต่อเดือนใครจะได้มากได้น้อยนี่ก็แล้วแต่ดวงล้วนๆ แต่ ณ เวลานี้ สายการบินก็มีกฏให้สามารถ bid เพื่อ Request ไฟลท์ได้ เช่นขอกรุงเทพ ขอนิวยอร์ค ซึ่งเริ่มมาไม่นานแต่ก็ดีมากๆ เพราะทำให้คนที่อยากกลับบ้านมีโอกาสกลับบ้านมากขึ้น คนที่ไม่เคยไปที่ที่ไม่เคยไปก็สามารถได้ไป อย่างพี่ตอนหลังๆก็มักจะขอไป NY เพราะชอบ แล้วก็ขอกลับบ้านบ้างอะไรบ้าง ซึ่งนับว่ากฏนี้เป็นกฎที่ดีมากๆเลย หวังว่าสายการบินจะไม่ยกเลิกการ bid ไปนะ 
 
 
ถ้าถามว่าน้องๆสมัยนี้ที่เข้าไปจะได้เงินเดือนอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่เบ็ดเสร็จแล้ว จากที่ถามมาโดยเฉพาะ ถ้าตารางปกติ convert กลับไปเป็นเงินไทยจาก wonderwall's Poll น้องๆได้กันประมาณ 80,000 - 90,000 บาทค่ะ (มันจะมีคนได้เยอะๆ และคนได้ไม่เยอะ เฉลี่ยค่า mean ออกมาแบบนี้ล่ะค่ะ)  ส่วนคนที่บิน First Class& Business Class จะได้เฉลี่ยแล้ว 100,000 บาทขึ้นไป เพราะมันจะมีพวกที่บินเมกาเยอะๆด้วย สถิติที่ได้เจอคนที่ได้เงินเดือนมากที่สุดที่เคยเจอที่เป็น F1 ( บิน first class และ business class) คือ 140,000 บาท แต่ก็บินกระจาย แล้วก็บินแต่ไฟลท์ US อันนี้เรายังไม่เคยได้ขนาดนั้น ส่วนมากได้ไม่เกิน 120,000 บาท ค่ะ 
 
สำหรับผลประโยชน์อื่นๆเกี่ยวกับตั๋วก็คือ ลูกเรือสามารถซื้อตั๋วได้ในราคา 10% ของราคาตั๋วเต็ม คือจ่าย 10 % เท่านั้น จะซื้อกี่ครั้งก็ได้ แล้วก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นตั๋วของสายการบินเราอย่างเดียว สามารถซื้อตั๋วสายการบินอื่นได้ด้วยที่เป็นโคชแชร์กับเรา เช่นซื้อตั๋วการบินไทยได้ ANA ได้ United ได้  แต่ว่าก็ต้องรอให้ผู้โดยสารไปก่อน เราไปทีหลัง เพราะ priority เราต่ำกว่าเขา นอกจากนั้นก็จะมีตั๋ว Annual Leave คือในปีนึงจะได้ตั๋วฟรี เป็นตั๋วจากไหนไปไหนก็ได้ บินกับสายการบินของตัวเอง สำหรับคนในครอบครัวที่เราสามารถซื้อตั๋วให้เขาแบบจ่าย 10 % ได้ก็คือ พ่อ แม่ พี่น้อง เท่านั้นค่ะ แฟน กิ๊ก หรือคุณลุงคุณป้านี่ไม่ได้นะคะ  แล้วก็ได้ปีละหนึ่งครั้งค่ะ (จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้ใช้สิทธินี้เลย)
 
เรื่องโบนัสก็มีเหมือนกันแต่นโยบายค่อยข้างเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา มีช่วงนึงที่ยังไม่มี world economic crisis กาตาร์จ่ายโบนัสให้พนักงานที่บินเกิน 840 ชั่วโมง ให้ที่เกินชั่วโมงละ 800 บาทมั้งถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นมีพวกที่บินกระจาย แล้วชั่วโมงเกินมาเยอะๆ จ่ายโบนัสทีเด็กที่บิน Economy Class แล้วบินแต่ไฟลท์เมกา สามารถดาวน์รถได้เลย เคยเจอได้รับสูงสุดในประวัติการณ์คนนึง ได้เกือบสี่แสนบาท ตะลึงๆๆๆ และแล้วปีที่ชั่วโมงเราเกิน สายการบินก็เปลี่ยนกฏให้ต้องบินเกิน 950 ชั่วโมง ทำให้ปีนั้นเราแทนที่จะได้ประมาณสองแสนบาทกลับได้ แสนเดียว
 
สำหรับที่พัก พักฟรีค่ะ เขาจัดให้ แล้วก็แชร์ห้องกับเพื่อนๆซึ่งเราเลือกเองไม่ได้ เขาจัดให้ บางที่ก็พักแฟลตละสองคน บางทีก็สามคนแล้วแต่ค่ะ แต่ที่พักก็โอเคค่ะ คือที่นั่นที่พักแพงมาก เขาให้พักแบบนี้ก็ถือว่าอย่างดีแล้วค่ะ ส่วนค่าน้ำค่าไฟฟรีค่ะ เวลาไปทำงานก็มีรถบัสมารับตรงเวลาเป๊ะ ออกตรงเวลาเป๊ะค่ะ สำหรับเวลาไปบิน ตาม destination นี่ก็พักโรงแรมดีทั้งนั้นค่ะ ถ้ายุโรปส่วนมากจะพักโรงแรม Hilton, Marriott และอื่นๆ คือ 4-5 ดาว จะมีหลุดห่วยๆมาก็มีบ้างค่ะ และที่สำคัญดีมากตรงที่ได้ห้องเดี่ยวไม่ต้องไปแชร์กับใครค่ะ เพราะสืบทราบมาว่ามีบางสายการบินให้แอร์แชร์ห้องกันอยู่ซึ่งไม่เวิร์คเท่าไหร่ค่ะ
 
เอาเข้าจริงคนที่ไม่มีภาระทางบ้านแล้วประหยัดๆ ก็จะเก็บเงินได้เร็วมาก และได้ก้อนใหญ่ๆได้ในเวลาแปปเดียวค่ะ อย่างตอนเล็กนี่ล้านแตกในเวลาแปปเดียวจริงๆ ส่วนคนใครที่มีภาระไม่ว่าจะภาระของตนเองหรือคนที่บ้าน ก็ช่วยแบ่งเบาได้ไม่ยากค่ะ ส่วนคนที่บ้านฐานะดีมากอยู่แล้ว และไม่ต้องการเก็บเงิน (เพราะที่บ้านมีเหลือกินเหลือใช้) ก็ช้อปปิ้งได้อย่างสบายค่ะ
 
ทำไมได้เงินเยอะ?
แต่ถามว่าทำไมได้เงินเยอะจัง?
ก็ต้องตอบว่าเราก็ต้องแลกมาด้วยปัจจัยต่างๆอันได้แก่
 
1. ความเสี่ยง เรามีความเสี่ยงในแต่ละครั้งที่ทำงาน วัตถุที่ลอยเหนือพื้นดิน สามารถจะตกลงมา หรือมีปัญหาเมื่อไหร่ก็ได้ และเมื่อมีปัญหาหนักๆก็ยากจะแก้ไข เพราะงั้นเราก็แบกรับความเสี่ยงในทุกไฟลท์ที่ทำงาน ซึ่งก็เป็นสาเหตุนึงที่ทำให้ความเสี่ยงนี้ได้บวกเข้าไปในเงินเดือนที่ได้รับ ลืมบอกไปว่าถ้าเสียชีวิตขึ้น คนรับเงินได้เพียงล้านเดียวค่ะ (เพราะได้เงินเดือนเยอะแล้ว)
 
2. เสีย Career Path ในกรณีที่น้องๆจบมาด้านภาษา หรือการโรงแรม ก็เป็นสิ่งที่ดีที่จะมาด้านนี้ไม่เสียสายอาชีพที่เรียนมา แต่สำหรับคนที่เรียนฉีกแนวแล้วมาเป็นแอร์ ยกตัวอย่างเราเป็นต้น ที่จบ Finance มานะคะ หรือบางคนเป็นหมอฟัน หรือว่าเป็นวิศวะกร มา การทำงานนี่นานๆ พอลาออกจะเคว้งว่าช่วงเวลาที่เราทำงานอยู่นั่นเพื่อนๆก็เริ่มเติบโต ขยับเป็นเมเนเจอร์แล้วอะไรแล้ว หลายคนก็แซทเทิลดาวน์ แต่งงานมีสามี สร้างบ้าน มีลูกน่ารักกันแล้วก็มี เพราะงั้นก็ต้องคิดให้รอบคอบมากๆ เพราะว่าประสบการณ์ทำงานกับเวลาเป็นสิ่งที่เอาคืนไม่ได้ แต่ถามว่าเสียใจมั้ย? ก็ไม่เสียใจนะ คิดว่าได้อะไรมากกว่าเสีย แล้วแต่คนค่ะ ถ้าคนที่มุ่งมั่นจะเป็นผู้บริหารหรือทำงานที่ยากๆนี่ก็ต้องคิดดีดีหน่อยค่ะ
 
3. สุขภาพ ที่นี่จะมีบัตร World Wide Alliance สามารถใช้บัตรนี้กับโรงพยาบาลชั้นนำทั่วโลก ค่ารักษาพยายามเบิกได้หมดไม่ว่าจะไปโรงพยาบาลไหนก็ตามที่มีอยู่ใน List อย่างที่ไทยก็ไปบำรุงราษฎร์ได้ แล้วมาเบิก ตอนเล็กกับเหมียวผ่าตัดซี้ดออก นอนที่บำรุงราณฎร์วันสองวันหมดคนละแปดหมื่นก็ไม่ต้องจ่ายสักนิดนะคะ ก็เป็นข้อดี อย่างไปทำหน้า รักษาสิวก็เบิกได้หมดค่ะ อันนี้ก็เป็นข้อดีมากๆ แต่ในขณะเดียวกัน งานนี้ก็ทำให้มีโรคต่างๆเกิดขึ้นได้เหมือนกันจากที่ไม่เคยเป็น โรคสุดฮิตคือโรคปวดหลัง หลายคนไปเอ็กซเรย์กระดูกหลังจากบินเป็นเวลาหลายปีจะพบว่ากระดูกคดเป็นรูปตัว S เลยค่ะ สำหรับเราก็มีช่วงปวดหลังบ่อยเหมือนกัน บางทีนอนตื่นมาปวดหลังพลิกตัวไม่ได้ หันคอมากไม่ได้อะไรทำนองนี้ นอกจากนั้นก็พบว่าแอร์หลายคนมีปัญหาเกี่ยวกับมดลูก ไม่ทราบว่าจริงหรือเปล่าว่ามดลูกจะเคลื่อนตัวต่ำลงกว่าคนปกติเพราะเจอแรงโน้มถ่วงของโลก มดลูกเลยโดนดึงต่ำลง อันนี้ความเชื่อนะคะ ไม่แน่ใจค่ะ แต่ก็รู้สึกเหมือนกันว่าช่วงบินใหม่ๆ ปวดๆบริเวณท้องน้อยเหมือนกันค่ะ
 
4. ห่างไกลจากคนรัก เพราะเบส อยู่ไกลเมืองไทย (นั่งเครื่องก็ 7 ชั่วโมง) ทำให้ห่างไกลจากครอบครัว และคนที่คุณรัก สำหรับคนที่มีแฟนก็ช่วยบั่นทอนความสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี หลายคนคบกันมาเป็นเวลานาน เมื่อแฟนสาวตัดสินใจตามล่าความฝันนั่นก็คือการเป็นแอร์ โดยสัญญาว่าถึงห่างไกลก็จะรักกัน แต่สุดท้าย รักแท้ก็แพ้ระยะทางค่ะ เห็นเลิกกันมาหลายคู่แล้ว หลักๆคือชายอยู่ไทยเจอสิ่งยั่วยุเยอะ มีคนเข้ามาบ้างอะไรบ้าง หรือบางครั้งก็ระแวงกัน ทะเลาะกันบ่อยๆ จนเลิกรากันไปในที่สุด อะไรแบบนี้ค่ะ
 
5. วิธีการกินการใช้เงินผิดไป นี่คือปัญหาหลักที่ทำให้ทำไมเราถึงเลิกเป็นแอร์กันได้ยาก สำหรับน้องที่เรียบจบใหม่จะตื่นตาตื่นใจกับเงินเดือนที่ได้ จากที่เคยขอพ่อแม่ กลับหาเงินได้เองหลักแสน เงินแสนในมือได้มาไม่ยาก สามารถซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมได้ทุกเดือนโดยที่ยังมีเงินเหลือ สิ่งเหล่านี้ผ่านไปหลายๆปีจะทำให้นิสัยการใช้เงินเปลี่ยนไป มือจะเติบใหญ่ขึ้น กลับมาไทยจะรู้สึกว่าทุกอย่างถูกจัง คนที่ได้ vacation หลายคนพบว่า พักร้อนที่ไทยสิบวันใช้เงินไปแสนนึง ตกวันละหมื่นบาท ทั้งที่หมื่นนึงนี่ทำงานเป็นเดือนสมัยก่อนกว่าจะได้ ก็เป็นเพราะเราเอาไปเทียบว่าอยู่ประเทศอื่นของแพง กลับมาเลยใช้เงินกระจาย การจะกลับมาใช้ชีวิตปกติก็จะต้องปรับพฤติกรรมกันอย่างมากเลยทีเดียว เครื่องสำอางค์ต่อไปนี้ก็จะต้องเปลี่ยนไปใช้ของดีราคาถูก เช่น Loreal Paris นะคะ (ลอรีอัล เพราะดิชั้นคู่ควร) 
 
6. งานหนักเยี่ยงกรรมกร แอร์อาหรับโดยเฉพาะกาตาร์ได้เงินสูงมากก็จริงแต่ก็ต้องยอมรับว่าทำงานหนักเยี่ยงกรรมกรเช่นกันค่ะ อันนี้ถามใครก็ได้ว่างานหนักจริงไหม กล้ามขึ้นไหม คอนเฟิร์มค่ะ อยู่ๆไปก็จะล่ำขึ้นล่ำขึ้น ตัวใหญ่เป็นปกติ ใครผอมนี่คือส่วนน้อยค่ะ เพราะโด้บข้าวเยอะค่ะ

นิยามอาชีพ

นิยามอาชีพ
          ต้อนรับให้บริการด้านความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารบนอากาศยาน : ดูแลอุปกรณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยในห้องผู้โดยสารให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและสาธิตอุปกรณ์ดังกล่าวก่อนเดินทาง ช่วยเหลือผู้โดยสารกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน  คอยดูแลให้ความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารและจัดหาที่นั่งให้  แจ้งข้อมูลที่จำเป็นในการเดินทาง  ให้บริการอาหารเครื่องดื่มวารสาร หนังสือพิมพ์  ช่วยเหลือผู้โดยสารที่เดินทางกับเด็กเล็ก  ให้การปฐมพยาบาลแก่ผู้โดยสารที่เจ็บป่วย ดูความเรียบร้อยภายในห้องผู้โดยสารเพื่อความปลอดภัยตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องจนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทาง
ลักษณะของงานที่ทำ
งานในสายการบินโดยทั่วไปทั้งในและนอกประเทศจะมีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชายและหญิงที่แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบค่อนข้างชัดเจน มีหน้าที่หลักสรุปได้ดังนี้
1. พนักงานต้อนรับทั้งชาย  และหญิงต้องขึ้นเครื่องบินก่อน  ผู้โดยสารประมาณ 30 นาทีถึง 1  ชั่วโมง เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบกับระบบเครื่องบิน ตำแหน่งที่ต้องประจำบนเครื่อง  อุปกรณ์ที่ต้องใช้เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร( No go Items)  เช่น เสื้อชูชีพ ดับเพลิง ไฟฉาย เครื่องช่วยหายใจ  และต้องทราบว่าพนักงานต้อนรับผู้ใดทำหน้าที่ต้อนรับ ผู้โดยสารบริเวณหน้าประตู  
2. พนักงานต้อนรับชาย(Steward)อาจทำหน้าที่ดูแลในครัว ตรวจสอบจำนวนอาหารและอาหารพิเศษให้ครบ  และตรงกับจำนวนผู้โดยสาร อุ่นอาหารให้ครบและเตรียมอาหารพิเศษออกบริการก่อน
3. พนักงานต้อนรับหญิง ( Air  Hostess) อาจตรวจสอบห้องน้ำ  อุปกรณ์อำนวยความสะดวก  ความเรียบร้อย  และความสะอาดในห้องน้ำ  ตรวจสอบระบบกำจัดของเสียในห้องน้ำทุกห้องถ้ามีปัญหาขัดข้องต้องแจ้งให้ช่างจัดการแก้ไขเพราะถ้าไม่ได้รับการแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่     เรียบร้อย เครื่องบินจะไม่ออกทำการบิน นอกจากนี้ ถ้าเป็นการเดินทางระยะยาว ต้องตรวจสอบความเรียบร้อย และจำนวนของหนังสือพิมพ์ และนิตยสารต่างๆ  หูฟัง  ถุงเท้า  และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่ต้องบริการแก่ผู้โดยสารชั้นธุรกิจ จากนั้นเตรียมจัดตั้งชุดชาหรือกาแฟให้พร้อมที่จะบริการ
4. เมื่อผู้โดยสารขึ้นนั่งประจำที่เรียบร้อย ทำหน้าที่แจ้ง  และสาธิตให้ผู้โดยสารทราบถึงการใช้อุปกรณ์ ความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉินตรวจดูความ    เรียบร้อย และความปลอดภัยของผู้โดยสารก่อนเครื่องขึ้น และเครื่องลงจึงสามารถเข้านั่งประจำที่ได้ 
5. ถ้าเป็นการบินระยะยาว  ทางสายการบินจะบริการอาหารและเครื่องดื่มตามเวลาบริการที่กำหนดไว้โดยพนักงานต้อนรับหญิงมีหน้าที่บริการเครื่องดื่มและอาหาร ตลอดจนทำความสะอาดบริเวณที่นั่งของ ผู้โดยสารให้เรียบร้อยและให้บริการอื่นๆ ตามที่ผู้โดยสารต้องการ  โดยพนักงานต้อนรับชายอาจคอยช่วยเข็นรถอุปกรณ์การบริการ  และให้บริการเสริมต่างๆ
สภาพการจ้างงาน
          ผู้ประกอบอาชีพนี้  ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนตามวุฒิการศึกษาที่กำหนดในการรับสมัครเท่านั้น   เมื่อผู้ต้องการประกอบอาชีพนี้ผ่านการรับคัดเลือกจะต้องเข้ารับการอบรมวิธีการให้บริการเป็นเวลา 3 เดือน ก่อนปฏิบัติงานบนเครื่องบิน  อาจเข้ารับการฝึกในต่างประเทศหรือในประเทศ  แล้วแต่นโยบายของแต่ละสายการบิน  
          เมื่อผ่านการฝึกเป็นพนักงานต้อนรับบน เครื่องบินแล้วจะได้รับการปรับเงินเดือน และมีค่าเบี้ยเลี้ยงในการเดินทาง ซึ่งขึ้นอยู่แต่ละแถบพื้นที่การบิน ระยะเวลาและค่าครองชีพ ตลอดจนค่าของเงินในช่วงที่ทำการปฏิบัติงานในเที่ยวบินนั้น มีสวัสดิการส่วนสิทธิพิเศษอื่นๆ และโบนัสจะได้รับประมาณ1-3 เท่าของเงินเดือน ซึ่งแล้วแต่ผลกำไรของการประกอบการ  และสภาพเศรษฐกิจของประเทศ เช่น ถ้าปฏิบัติการบินในโซนเอเชียที่นับจากการขึ้นเครื่องบินจนถึงเครื่องบินลงจอด ณ สนามบินปลายทางใช้เวลาเดินทาง 24  ชั่วโมงจะได้ค่าเบี้ยเลี้ยง (perdiem) ประมาณ 3,500 บาทต่อเที่ยว เป็นต้น
          ชั่วโมงการทำงานและการพักจะปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน โดยทั่วไปแล้วถ้าปฏิบัติหน้าที่ในประเทศ  ซึ่งเป็นเส้นทางการบินระยะสั้นๆ  ใช้เวลาประมาณ  2    ชั่วโมง  จะไม่มีวันหยุดหลังจากปฏิบัติงานแล้วเสร็จ แต่ถ้าบินระยะยาว  1  คืน 1  วัน จะได้วันหยุดพักผ่อน 1 - 2 วัน และในหนึ่งเดือนจะได้วันหยุดพัก 9 - 10 วัน
สภาพการทำงาน
          ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้  จะต้องปฏิบัติหน้าที่ทั้งกลางวัน  และกลางคืนตามกำหนด ตารางการบิน  สภาพการทำงานจะมีความกดดันสูงสำหรับเจ้าหน้าที่ต้อนรับใหม่  เพราะต้องปรับตัว และต้องทำความคุ้นเคยกับงานบริการที่ต้องปฏิบัติตนให้ครบถ้วน และถูกต้องตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานบนเครื่องบิน ซึ่งส่วนมากเป็นงานที่ต้องเสริฟอาหาร เดินบริการ ดูแลความสะดวกสบายของผู้โดยสารตลอดเวลาพร้อมที่จะให้บริการแก่ผู้โดยสารตลอดเวลา  และทำความสะอาดห้องน้ำตลอดเวลาขณะอยู่บนเครื่องบิน ดังนั้นทางฝ่ายบริหารของสายการบินแต่ละแห่งจะทำการตรวจสอบ   ทดสอบความสามารถและอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ  และศักยภาพของพนักงานต้อนรับเป็นระยะ ๆ    อย่างสม่ำเสมอ 
คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
ผู้ประกอบอาชีพนี้  ต้องมีคุณสมบัติ  ดังต่อไปนี้
1.สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา หรือสูงกว่า
2. ถ้าเป็นหญิงควรมีความสูงประมาณ 156 - 165 เซนติเมตร อายุ 20-26 ปี
3. ถ้าเป็นชายไทย  ต้องผ่านการเกณฑ์ทหารอายุไม่เกิน 28 ปี สูง 165 เซนติเมตรขึ้นไปสัดส่วนน้ำหนักพอดีกับความสูง
4. พูดอ่านเขียนภาษาอังกฤษได้ดีมาก จะต้องนำผลคะแนนสอบ ไม่ต่ำ กว่า 500 คะแนน ของ TOEIC / TOFEL มาแสดง 
5. มีความสามารถว่ายน้ำฟรีสไตล์โดยไม่หยุด หญิง 50 เมตร , ชาย 100 เมตร
6. มีบุคลิกดี และมีมนุษยสัมพันธ์ดี
7. มีไหวพริบ  และปฏิภาณดี  สามารถแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
          นอกจากนี้  คุณสมบัติทั่วไปที่ควรมี  คือ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เป็นคนโสด สายตาดี มีความอดทน มีความพร้อมของร่างกาย  และจิตใจทางด้านบริการ ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจกับวัฒนธรรมที่แตกต่างของผู้โดยสารแต่ละประเทศ การใช้ภาษาต่างประเทศภาษาที่ 3 นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ จึงอาจเป็นเรื่องจำเป็นพอสมควร
ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังต่อไปนี้   :  ต้องติดต่อกับสายการบินต่าง ๆ  เพราะบางสายการบินรับสมัครผู้สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายสายอาชีพหรือสายสามัญเข้าปฏิบัติงานและควรเรียนภาษาอังกฤษ  ในสถาบันที่มีการสอบเทียบคะแนน  ทั้ง  TOEIC  และ  TOFEL ตามที่ทางสายการบินกำหนดไว้ ถ้ามีสายตาสั้นควรทำการศัลยกรรมช่วย เพราะบางสายการบินระบุในการประกาศรับสมัครไว้เช่นนั้น  บางสายการบินอาจประกาศรับสมัครแต่พนักงานต้อนรับหญิงเท่านั้นและการกำหนดส่วนสูงอาจแตกต่างกัน
โอกาสในการมีงานทำ
          ปัจจุบัน  สายการบินหลายสายรับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นคนไทย  นอกเหนือจากบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และสายการบิน แองเจิลแอร์ไลนส์ซึ่งมีพนักงานต้อนรับรวมทั้งหมดประมาณกว่า  4,000  คน  นอกจากนี้  ยังมีสายการบินต่างประเทศ เช่น JAL, CATHEY  PACIFIC, QUANTAS  เป็นต้น  สายการบินเหล่านี้จะรับสมัครพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทุกปี
โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
          สำหรับผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้  จะได้รับการอบรมให้บริการผู้โดยสารระดับต่างๆ จนถึงบริการผู้โดยสารชั้นหนึ่ง และถือเป็นการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น โดยจะมีค่าตำแหน่งเพิ่มให้ และในบางตำแหน่งต้องมีการสอบ เช่น ตำแหน่ง Purser ครูสอน (Instructor )    In-flight  Manager และผู้กำหนดตารางปฏิบัติงานการบินของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทั้งหมด
อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง
เมื่อผู้ประกอบอาชีพนี้ต้องการเปลี่ยนงานสามารถเปลี่ยนสายการทำงานตามความสามารถของตนในภาคพื้นดิน โดยต้องทำการสอบแข่งขันเหมือน    ผู้สมัครอื่น ๆ  หรือไปประกอบอาชีพอื่น  คือ นักธุรกิจ ตามสาขาที่ถนัด  และมีประสบการณ์เจ้าของร้านอาหาร  เจ้าของร้านขายของที่ระลึกจากต่างประเทศ  นักเขียนสารคดีท่องเที่ยว  พิธีกร 

คุณสมบัติธุรกิจการบิน มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต ศูนย์หัวหิน | AIRLINE BUSINESS

สำหรับน้องๆที่ถามกันเข้ามาเป็นจำนวนมากกับการสมัคร จึงรวบรวมคำถามหลักๆที่น้องถามมาได้ดังนี้ค่ะ
1.สิี่งที่ต้องนำมีอะไรบ้างคะ/ครับ?
ตอบ -รูปถ่ายชุดนักเรียนขนาดนิ้วครึ่งจำนวน 2 รูป
-เงินค่าสมัคร 20 บาท
-ในกรณีที่น้องมีผลโทอิคให้นำมาด้วยค่ะ ผู้ชายต้องมีผลคะแนน 500 คะแนนขึ้นไป สำหรับน้องผู้หญิงต้องมีผลคะแนน 400 ขึ้นไปค่ะ

2.ส่วนสูงและน้ำหนัก
ตอบ -สำหรับน้องผู้หญิงต้องส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 162 เซนติเมตร น้ำหนักต้องสัมพันกับส่วนสูงค่ะ (ส่วนสูง-110=เกณฑ์น้ำหนักที่ต้องการค่ะ)
-สำหรับน้องผู้ชายต้องมีส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 177 เซนติเมตร น้ำหนักต้องสัมพันธ์กับส่วนสูงเช่นกันค่ะ(ส่วนสูง-100=เกณฑ์น้ำหนักที่ต้องการค่ะ)

3.จบ ปวช. สามารถสมัครเรียนได้ไหมคะ/ครับ?
ตอบ เรียนได้ค่ะถ้าน้องมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดี และมามารถสอบสัมภาษณ์กับอาจารย์ชาวต่างชาติผ่าน